LOFOTEN จับปู ดูแสงเหนือ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน EMIRATES (EK)

LOFOTEN จับปู ดูแสงเหนือ สวีเดน นอร์เวย์ เดนมาร์ก 10 วัน 7 คืน โดยสายการบิน EMIRATES (EK)
  • ทัวร์ : Denmark [เดนมาร์ก] Norway [นอร์เวย์] Sweden [สวีเดน] Europe [ยุโรป]
  • เที่ยวเมือง : Copenhagen (โคเปนเฮเกน) Narvik (นาร์วิกเฟรมเนส) Halmstad (ฮัล์มสตาด) Stockholm (สต็อกโฮล์ม)
  • รหัสโปรแกรม : T12817
  • Code : QQGO3ARN-EK011
  • ประเภททัวร์ : ทัวร์ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
สต็อกโฮล์ม - สนามบิน - ฮาสสตัด / นาร์วิก - สโวลวาร์ - พิพิธภัณฑไวกิ้งโลโฟเทอร์ - หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ - บ้านชาวประมงสีแดง - เลคเนส - หมู่บ้านออ – พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง – หมู่บ้านเรนเน – หมู่บ้านฮัมนอย - หมู่บ้านซากริซอย - หมู่บ้านสแตมซุนด์ - นั่งเรือซาฟารีจับปูสีน้ำตาล - นาร์วิก - สนามบิน - โคเปนเฮเก้น - ปราสาทโรเซนบอร์ก – ลิตเติ้ลเมอร์เมด – น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน – พระราชวังอมาเลียนบอร์ก – ช้อปปิ้ง
ระยะเวลาเดินทาง
ราคา
สถานะ

19 - 28 ก.ย. 68 (ศ-อา)

135,500
จอง

17 - 26 ต.ค. 68 (ศ-อา)

135,500
จอง
รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ

23.30 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2

กรุงเทพฯ – ดูไบ – สต็อกโฮล์ม

02.50 น. ออกเดินทางสู่กรุงดุไบด้วยเที่ยวบิน EK377
06.00 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
08.40 น. ออกเดินทางสู่สวีเดน ด้วยเที่ยวบิน EK152
13.45 น. ถึงท่าอากาศยานสต็อกโฮล์ม-อาลันดา (Stockholm-Arlanda Airport) เมืองสต็อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 6 ชั๋วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 5 ชั๋วโมงในวันที่ 31 มีนาคม 2562) นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร นำท่านผ่านชมกรุงสต็อกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงใหญ่แสนสวยของประเทศสวีเดน (Sweden) เป็นนครหลวงอันงดงามที่สุดในสแกนดิเนเวีย จนได้รับขนานนามว่า ราชินีแห่งทะเลบอลติก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 14 เกาะที่โอบล้อมด้วยทะเลบอลติก (Baltic Sea) ทะเลสาบมาลาเร็น (Lake Malaren) ทำให้สตอกโฮล์มเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กรุงสตอกโฮล์ม งดงามแปลกตาในบรรยากาศรอบๆเมืองที่ตั้งอยู่บนพื้นน้ำ มีสถานที่สำคัญ อาทิ อาคารรัฐสภา, พิพิธภัณฑ์ในยุคกลาง, มหาวิหารแห่งเมือง,พระราชวังหลวงและพิธีเปลี่ยนการ์ดทหารด้านหน้าของลานจัตุรัสกว้าง เป็นต้น นำท่านถ่ายรูปคู่กับศาลาว่าการกรุงสต็อกโฮล์ม City Hall ศาลาว่าการแห่งนี้ออกแบบโดย “Ragnar Ostberg” สถาปนิกชื่อดังของสวีเดน ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1911 โดยใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี และในทุกๆ วันที่ 10 ของเดือนธันวาคมของทุกปี ศาลาว่าการแห่งนี้จะถูกใช้เป็นสถานที่จัดพิธีเลี้ยงรับรองผู้ได้รับรางวัลโนเบล (Nobel Prize) อีกด้วย นำท่านชมบริเวณเมืองเก่ากัมลาสตัน Gamla Stan ในภาษาสวีเดนแปลว่า "เมืองเก่า" เมืองเล็กๆ ที่เรียงรายไปด้วยอาคารแบบยุคกลางสีสันสดใส ภายในเมืองเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านหนังสือ เมืองกัมลาสตันยังได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองเก่าที่ใหญ่ที่สุด และได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีที่สุดในยุโรป นอกจากนี้เมืองแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของพระราชวังสต็อกโฮล์ม หรือ พระราชวังหลวง Stockholms slott หรือ Kungliga slottet พระราชวังเก่าแก่สไตล์บาโรกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสวีเดน ซึ่งปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังหลวงแห่งหลัก อันเป็นที่ประทับ สถานที่ทรงงาน และสถานที่ประกอบพิธีการสำคัญต่างๆ อย่างเป็นทางการของสถาบันราชวงศ์สวีเดน มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายรูปที่ระลึกกับพระราชวังหลวง
ค่ำ รับประทานาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
ที่พัก SCANDIC IFRA หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

สต็อกโฮล์ม - สนามบิน - ฮาสสตัด / นาร์วิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่สนามบินสต๊อกโฮล์ม เพื่อออกเดินทางสู่ ฮาสสตัด / นาร์วิก
.... น. ออกเดินทางสู่ ฮาสสตัด / นาร์วิก ด้วยเที่ยวบิน .......
..... น. เดินทางถึงออสโล เพื่อเปลี่ยนเครื่อง
.... น. เดินทางถึงสนามบิน ฮาสสตัด / นาร์วิก หมู่เกาะโลโฟเทน (Lofoten) โดยโลโฟเทนนั้นเป็นหมู่เกาะที่ตั้งอยู่ในมณฑล Nordland ทางตอนเหนือของประเทศนอร์เวย์ โดยหมู่เกาะโลโฟเทนนั้นจะประกอบด้วยเกาะเล็กๆ ต่างๆมากมายและมีเกาะหลักอยู่ 5 เกาะได้แก่ Austvagoya, Gimsoya, Vestvagoya, Flakstadoya และ Moskenesoya โลโฟเทนนั้นมีประวัติศาตร์จากชาวไวกิ้งมากกว่า 6,000 ปี ชาวพื้นเมืองทำการประมงเป็นอาชีพหลักและเป็นหนึ่งในสถานที่นักท่องเที่ยวนิยมมาดูแสงเหนือมากที่สุดของนอร์เวย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก THON HOTEL หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

สโวลวาร์ - พิพิธภัณฑไวกิ้งโลโฟเทอร์ - หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ - บ้านชาวประมงสีแดง - เลคเนส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังจากนั่นนำท่านเดินทางสู่เมืองสโวลวาร์ (Svolvaer) เมืองหลวงของหมู่เกาะโลโฟเทน เป็นศูนย์กลางของการขนส่งสาธารณะของหมู่เกาะ มีทั้งสนามบิน ท่าเรือเฟอร์รี่ เชื่อมต่อสถานที่สำคัญต่างๆ และที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์และแกลลอรี่ศิลปะต่างๆมากมาย นำท่านเดินทางสู่ พิพิธภัณฑไวกิ้งโลโฟเทอร์ (Lofotr Viking Museum) เป็นพิพิธภัณฑ์ไวกิ้งขนาดใหญ่ที่สุดของหมู่เกาะโลโฟเทนตั้งอยู่ที่หมู่บ้าน Borg บนเกาะ Vestvagoya ภายในจะมีเรื่องราวด้านประวัติศาตร์และโบราณคดีเกี่ยวกับชาวไวกิ้งที่เคยอาศัยอยู่ที่หมู่เกาะโลโฟเทน โดยในอดีตเมื่อ 1,500 ปีที่แล้วนั้น หมู่เกาะโลโฟเทนเคยเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวไวกิ้งมาก่อน และชาวไวกิ้งได้ทิ้งอารยธรรมและข้าวของเครื่องใช้ต่างๆไว้จนถึงปัจจุบันและนำมาจัดแสดงโชว์ในพิพิธภัณฑ์ โดยตัวพิพิธภัณฑ์นั้นได้ถูกออกแบบมาให้เป็นรูปแบบคล้ายเรือไวกิ้งโบราณ นอกจากนี้แล้วท่านยังสามารถเข้าร่วมกับกิจกรรมต่างๆของชาวไวกิ้งที่จัดโดยพิพิธภัณฑ์ได้ อาทิ การยิงธนูแบบชาวไวกิ้ง การขี่ม้า หรือ การพายเรือไวกิ้ง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเฮนนิ่งสวาร์ (Henningsvaer) อีกหนึ่งหมู่บ้านท่าเรือสำคัญอีกหมู่บ้านหนึ่งของหมู่เกาะโลโฟเทน มีพื้นที่ประมาณ 0.3 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 500 คน โดยหมู่บ้านนี้นั้นมีชื่อเสียงจากการเป็นที่ตั้งของ “สนามฟุตบอลที่แปลกและสวยที่สุดในโลก” หรือ Henningsvaer Stadium โดยเป็นสนามที่ตั้งอยู่บนเกาะล้อมรอบด้วยทะเล ตัวสนามมีสีเขียวโดดเด่น ตัดกับโขดหิน ทะเล และภูเขา และใครที่มาใช้บริการสนามแห่งนี้นั้น จะได้กลิ่นของทะเลและปลาคอดตากแห้งอันเป็นสัญลักษณ์ของหมู่เกาะโลโฟเทนด้วย นำท่านชมบ้านชาวประมงสีแดง (Rorbuer) หมู่บ้านชาวประมงแบบดั้งเดิมที่โดดเด่นด้วยสีแดงสดใสท่ามกลางท้องมหาสมุทร โดยสาเหตุที่หมู่บ้านในโลโฟเทนนั้นมักเป็นสีแดงเพราะในอดีตสีแดงนั้นเป็นสีที่ผสมง่ายสุดและราคาไม่แพงซึ่งชาวประมงที่มีฐานะทั่วไปนิยมทาบ้านสีนี้ ทำให้บ้านสีแดงนั้นจะมีเยอะสุดในหมู่เกาะโลโฟเทน นอกจากนี้แล้วสีของบ้านยังเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงฐานะของบ้านนั้นอีกด้วย สำหรับบ้านที่ทาสีเหลืองนั้นจะมีฐานะปานกลาง และบ้านไหนที่ทาสีขาวล้วนจะมีฐานะร่ำรวยเพราะสีขาวนั้นชาวโลโฟเทนจะผสมมาจากสังกะสีซึ่งหาได้ค่อนข้างยากในยุคนั้น นำท่านเดินทางต่อสู่ตัวเมืองเลคเนส (Leknes) โดยเลคเนสนั้นถือเป็นเมืองใหญ่ของหมู่เกาะโลโฟเทน เป็นหนึ่งในเมืองสวยที่ขึ้นชื่อของหมู่เกาะโลโฟเทน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก SCANDIC LEKNES หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

เลคเนส - หมู่บ้านออ – พิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง – หมู่บ้านเรนเน – หมู่บ้านฮัมนอย - หมู่บ้านซากริซอย - เลคเนส

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านออ (Å Village) ซึ่งความหมายของคำว่าออนั้นมาจากภาษาไวกิ้ง แปลว่าลำธาร โดยหมูบ้านนี้มีลำธารไหลผ่านที่มาจากทะเลสาบ Agvatnet โดยในศตวรรษที่ 16 นั้นหมู่บ้านออ เป็นสถานที่สำคัญในการจับปลาของชาวนอร์เวย์ ปลาที่นิยมจับกันในแถบนี้คือปลาคอด ซึ่งปลาคอดที่จับได้ที่หมู่บ้านออนั้นจะเป็นปลาคอดที่รสชาติดีกว่าที่อื่น เนื่องจากปลาคอดจะว่ายจากทะเลอาร์คติกมาหาน้ำอุ่นแถวหมู่เกาะโลโฟเทนเพื่อวางไข่ ซึ่งมีหมู่บ้านออเป็นจุดหมายปลายทางและปลาคอดที่กำลังจะวางไข่นั้นจะตัวอ้วนท้วมสมบูรณ์อันเป็นผลมาจากการสะสมอาหารมาอย่างเต็มที่มาก่อนจะวางไข่ นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์หมู่บ้านชาวประมง (Norwegian Fishing Village Museum) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดแบบ Open Air รวบรวมเรื่องราววิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงโลโฟเทน ในช่วงปีค.ศ. 1840 – 1960 โดยในพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ประกอบไปด้วยอาคารต่างๆ ให้ท่านได้ศึกษาดังต่อไปนี้ โรงงานผลิตน้ำมันตับปลาคอด เนื่องจากปลาคอดนั้นเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของหมู่เกาะโลโฟเทน ปริมาณปลาคอดที่จับได้แต่ละปีจะมีจำนวนมหาศาล โดยชาวโลโฟเทนนั้นจะนำปลาคอดที่ได้มาสกัดน้ำมัน และนำมาใช้ชีวิตประจำวันโดยเอาไว้ใช้เป็นเชื้อเพลิงในการจุดตะเกียงและยังใช้เป็นส่วนผสมของสบู่ด้วย นอกจากนี้น้ำมันตับปลาคอดยังส่งผลดีต่อผิวพรรณและสุขภาพด้วย , โรงงานเบเกอรี่ เป็นโรงงานผลิตขนมปังที่ใช้เตาหินโบราณตั้งแต่ปี 1978 , เรือบ้านนอร์ดแลนด์ หรือที่รู้จักกันในนาม Nordland House เป็นเรือไม้ดั้งเดิมที่ไว้ใช้หาปลาของคนนอร์เวย์ ซึ่งเป็นเรือที่มีความยาวและแคบ มีตั้งแต่ขนาดสี่ไม้พายที่ใช้สองคนพาย จนถึงแปดไม้พายที่ใช้สี่คนพาย รวมถึงเรือที่ใช้มอเตอร์แทนแรงคน ในเรือจะพบอุปกรณ์จับปลาตั้งแต่สมัยโบราณ และเรื่องราวการล่าวาฬ นอกจากนี้แล้วพิพิธภัณฑ์ยังประกอบด้วยอาคารต่างๆอีก เช่น โรงตีเหล็ก , ที่ทำการไปรษณีย์และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่หมู่บ้านซากริซอย (Sakrisoy) แวะเก็บภาพสุดประทับใจ ณ หมู่บ้านชาวประมงที่มีบ้านเรือนสีเหลืองสดใสที่เรียงรายอยู่เหนือน้ำทะเลสีคราม ตัดกันอย่างลงตัวมีเอกลักษณ์ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านเรนเน หรือ หมู่บ้านรีน (Reinne) เป็นหมู่บ้านที่มีทิวทัศน์ของบ้านไม้สีแดงและเหลืองสลับกับสีขาวประกอบกับวิวจากเทือกเขาและฟยอร์ด ทำให้หมู่บ้านเรนเนนั้นได้รับการยกย่องเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่สวยทีสุดของประเทศนอร์เวย์คู่กับหมู่บ้านฮัมนอย โดยที่นี่เป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 300 คน และหมู่บ้านเรนเนนั้นได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำอุ่นและลมร้อนจากอ่าวเม๊กซิโก ทำให้อากาศในหมู่บ้านนั้นเป็นไปอย่างเย็นสบายไม่หนาวเหมือนพื้นที่อื่นๆของหมู่เกาะโลโฟเทน ทำให้หมู่บ้านเรนเนสามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ซึ่งภูมิทัศน์ที่มองเห็นจะแตกต่างกันไปตามแต่ฤดูกาล ในช่วงฤดูร้อนจะเห็นเทือกเขาสีเขียวสดใสตัดกับสีแดงของหมู่บ้าน และในช่วงกลางคืนของฤดูร้อนจะสามารถเห็นพระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ด้วย , ฤดูใบไม้ร่วง เทือกที่เป็นฉากหลังจะเปลี่ยนไปเป็นสีส้มแดง ซึ่งสร้างความสวยงามต่างไปอีกแบบ และในฤดูหนาวเทือกเขาจะปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลน ทำให้เปลี่ยนเป็นสีขาวทั้งหมด โดยหมู่บ้านเรนเน่นั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ยอดนิยมของหมู่นักท่องเที่ยวในการมาล่าแสงเหนือกันอีกด้วย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ หมู่บ้านฮัมนอย (Hamnoy) หมู่บ้านขนาดเล็กแต่สวยงามน่ารัก ซึ่งท่านอาจจะคุ้นเคยกับภาพของหมู่บ้านฮัมนอยที่ตั้งอยู่ริมชายฝั่งโดยมีภูเขาหินรูปทรงสามเหลี่ยมเป็นพื้นหลัง เพราะหมู่บ้านแห่งนี้มักเป็นสถานที่ที่ถูกถ่ายลงในโปสการ์ดของหมู่เกาะโลโฟเทนมากที่สุด ซึ่งความสวยงามของหมู่บ้านแห่งนี้ไม่แพ้หมู่บ้านเรนเนเลยทีเดียว อิสระให้ท่านได้เดินเล่นถ่ายรูปหมู่บ้านตามอัธยาศัย
นำท่านเที่ยวชม หมู่บ้านชาวประมงนัสฟยอร์ด (Nusfjord Fisherman Village) ที่ได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านชาวประมงที่เก่าแก่ที่สุดที่ยังได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดียิ่งอีกแห่งของ นอร์เวย์ หมู่บ้านแห่งนี้มีการรังสรรค์หมู่บ้านหลากสีสัน ทั้งแดง เหลือง เขียว และยังคงอนุรักษ์บ้านเมืองเก่าไว้ อย่างดียิ่ง อิสระให้ท่านได้เก็บภาพตามอัธยาศัย หรือจะนั่งเล่น จิบกาแฟ ชื่นชมกับธรรมชาติของเมืองนี้ นอกจากนี้ เมืองนัสฟยอร์ดยังได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก ให้เป็นเมืองมรดกโลกอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก SCANDIC LEKNES หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

เลคเนส - หมู่บ้านสแตมซุนด์ - นั่งเรือซาฟารีจับปูสีน้ำตาล - นาร์วิก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสุ่ สแตมซุนด์ (Stamsund) หมู่บ้านชางประมงในเขตเทศบาลเวสต์โวกอย ในมณฑลนอร์ดแลนด์ ประเทศนอร์เวย์ ตั้งอยู่ด้านใต้ของเกาะเวสต์โซกอยยาในหมู่เกาะโลโฟเทนริมฝั่งเวสต์ฟยอร์ด
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
นำท่านสัมผัสประสบการณ์จับปูสีน้ำตาล (Brwon Crab Safari) นั่งเรือซาฟารี พร้อมทั้งลิ้มลองรสชาติของปูส้ำตาลอีกด้วย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองนาร์วิก (Narvik) เมืองเล็กๆทางตอนเหนือของนอร์เวย์ เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงเรื่องการเล่นสกี และเมืองนี้ยังเคยเป็นสมรภูมิที่สำคัญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
ที่พัก SCANDIC NAVIK หรือเทียบเท่า
วันที่ 7

นาร์วิก - สนามบิน - โคเปนเฮเก้น - ปราสาทโรเซนบอร์ก

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
..... ..น. นำท่านเดินทางสู่กรุงโคเปนเฮเก้น ด้วยเที่ยวบิน .........
...... น. เดินทางถึงสนามบินกรุงโคเปนเฮเก้น
นำท่านชมความงามของปราสาทโรเซนบอร์ก (Rosenborg Castle) เป็นปราสาทที่สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 17 ในศิลปะแบบเรอเนสซองส์ หรือสร้างในสมัยพระเจ้าคริสเตียนที่ 4 นอกจากความงามของภายนอกแล้วภายในปราสามแห่งนี้ยังเป็นที่เก็บเครื่องเพชร มหามงกุฎ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของราชวงศ์เดนมาร์คตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันอีกด้วย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
ที่พัก SCANDIC SYDHAVNEN หรือเทียบเท่า
วันที่ 8

โคเปนเฮเกน – ลิตเติ้ลเมอร์เมด – น้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน – พระราชวังอมาเลียนบอร์ก – ช้อปปิ้ง

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
เดินทางถึงกรุงโคเปนเฮเกน (Copenhagen) ประเทศเดนมาร์ก (Denmark) นำท่านเที่ยวชมเมืองโคเปนเฮเกน แวะถ่ายรูปคู่กับเงือกน้อย (Little Mermaid) สัญลักษณ์ของเมือง ใกล้กันเป็นย่านท่าเรือขนาดใหญ่ที่มีเรือสินค้าและเรือสำราญเทียบท่าอยู่ ชมน้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน (Gefion Fountain) มีตำนานเล่าขานว่า "เทพเจ้า ผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ดลบันดาลให้พระนางกอบกู้ชาติ โดยพระราชินีเกฟิออนได้แปลงร่างลูกชาย 4 คนให้เป็นโคเพื่อไถพื้นดินขึ้นมาจากใต้น้ำ ให้เกิดเป็นประเทศเดนมาร์กในทุกวันนี้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
นำเที่ยวชมพระราชวังอมาเลียนบอร์ก(Amalienborg Palace) บริเวณด้านนอกที่ประทับในฤดูหนาวของราชวงศ์แห่งเดนมาร์กนับตั้งแต่ ค.ศ. 1794 ตกแต่งแบบสไตล์ร็อคโคโค่ และจะมีการเปลี่ยนทหารยามหน้าวังทุกวันตอนเที่ยงเมื่อสมเด็จพระราชินีนาถเสด็จประทับอยู่ที่นี่ จากนั้นให้อิสระท่านชมบริเวณจัตุรัสซิตี้ฮอลล์ (City Hall) จุดถ่ายรูปสวยงามประจำเมือง และท่านจะสามารถสัมผัสบรรยากาศครึกครื้นของใจกลางเมือง ช้อปปิ้งสินค้าย่าน ถนนสตรอยก์ (Stroget Street) ถนนช้อปปิ้ง ที่ยาวที่สุดในโลก เริ่มจากศาลาว่าการเมืองไปสิ้นสุดที่ Kongens Nytorv ที่มีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง อาทิ Louis Vuitton, Emporio Armani, Bang & Olufsen, Tommy Hilfiger, Hermès, Gucci, Burberry ฯลฯ
เย็น อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ที่พัก SCANDIC SYHAVN เทียบเท่า
วันที่ 9

โคเปนเฮเกน –สนามบิน - ดูไบ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
ได้เวลาอันสมควร นำคณะเดินทางสู่ สนามบิน เพื่อให้ท่านมีเวลาในการทำ คืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน
15.30 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 152
23.45 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง
วันที่ 10

ดูไบ – กรุงเทพ

03.45 น. ออกเดินทางต่อกลับสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK376
13.25 น. เดินทางถึงกรุงเทพโดยสวัสดิภาพ
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
รายละเอียดและเงื่อนไข

1.      ชำระเงินมัดจำท่านละ 40,000 บาท โดยโอนเข้าบัญชี ที่นั่งจะยืนยันเมื่อได้รับเงินมัดจำแล้วเท่านั้น

***ในกรณีที่ต้องการให้บริษัทยื่นวีซ่าให้ ค่าวีซ่าจะต้องชำระเข้ามาพร้อมค่ามัดจำ***

2.      ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตของผู้ที่เดินทาง ที่มีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน เพื่อทำการจองคิวยื่นวีซ่า

ภายใน  3 วันนับจากวันจอง หากไม่ส่งสำเนาหน้าพาสปอร์ตทางบริษัทขออนุญาติยกเลิกการจองทัวร์โดยอัตโนมัติ

3.      เมื่อได้รับการยืนยันว่ากรุ๊ปออกเดินทางได้ ลูกค้าจัดเตรียมเอกสารให้การขอวีซ่าได้ทันที

4.      หากท่านที่ต้องการออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ (กรณีลูกค้าอยู่ต่างจังหวัด) ให้ท่านติดต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกบัตรโดยสารทุกครั้ง หากออกบัตรโดยสารโดยมิแจ้งเจ้าหน้าที่ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ไม่รับผิดชอบ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

5.      การยื่นวีซ่าในแต่ละสถานทูตมีการเตรียมเอกสาร และมีขั้นตอนการยื่นวีซ่าไม่เหมือนกัน ทั้งแบบหมู่คณะและยื่น รายบุคคล (แสดงตน) ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการจองได้จากทางเจ้าหน้าที่

6.      หากในคณะของท่านมีผู้ต้องการดูแลพิเศษ นั่งรถเข็น (Wheelchair), เด็ก, ผู้สูงอายุ, มีโรคประจำตัว หรือไม่สะดวกใน  การเดินทางท่องเที่ยวในระยะเวลาเกินกว่า 4-5 ชั่วโมงติดต่อกัน ท่านและครอบครัวต้องให้การดูแลสมาชิกภายในครอบครัวของท่านเอง เนื่องจากการเดินทางเป็นหมู่คณะ หัวหน้าทัวร์มีความจำเป็นต้องดูแลคณะทัวร์ทั้งหมด

1.         ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์           อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)

2.         ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ

3.         ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ

4.         ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า

5.         ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ

6.         ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ

7.         ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)

ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท

ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)

** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **

            - เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]

            - เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]

**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี ** 

[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]

8.         ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (เฉพาะค่าบริการ)

1.         ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง

2.         ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก., ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น

3.         ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา

4.         ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง

5.         ค่าธรรมเนียมวีซ่าประเทศนอร์เวย์  (5,900 บาทต่อท่าน)

6.         ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น  (18 ยูโร/ต่อท่าน)

7.         ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 ยูโร/ต่อท่าน)

GO3ARN7NCPHEK250919-1 เดินทางวันที่ 19 กันยายน 2568 - 28 กันยายน 2568
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2025-09-20 - 1970-01-01 01:35 - 04:45 avatar-img EK385.
DXB - ARN 2025-09-20 - 2025-09-20 08:40 - 13:45 avatar-img EK157
CPH - DXB 2025-09-27 - 2025-09-27 15:35 - 23:45 avatar-img EK152
DXB - BKK 2025-09-28 - 2025-09-28 02:50 - 12:30 avatar-img EK384..
GO3ARN7NCPHEK251017-1 เดินทางวันที่ 17 ตุลาคม 2568 - 26 ตุลาคม 2568
เส้นทาง วันที่ เวลา สายการบิน ไฟท์บิน
BKK - DXB 2025-10-18 - 2025-10-18 02:50 - 06:00 avatar-img EK377
DXB - ARN 2025-10-18 - 2025-10-18 08:40 - 13:45 avatar-img EK157
CPH - DXB 2025-10-25 - 2025-10-25 15:35 - 23:45 avatar-img EK152
DXB - BKK 2025-10-26 - 2025-10-26 03:05 - 12:05 avatar-img EK384..